ใครบ้างที่ไม่ควรกินมะละกอ? ผลไม้ที่ได้รับฉายาว่า "ผลไม้แห่งอายุยืน" กูรูมาเฉลย

ใครบ้างที่ไม่ควรกินมะละกอ? ผลไม้ที่ได้รับฉายาว่า "ผลไม้แห่งอายุยืน" กูรูมาเฉลย

ใครบ้างที่ไม่ควรกินมะละกอ? ผลไม้ที่ได้รับฉายาว่า "ผลไม้แห่งอายุยืน" กูรูมาเฉลย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มะละกอ ผลไม้ที่ได้รับฉายาว่า "ผลไม้แห่งอายุยืน" แต่นักโภชนาการเตือน 4 กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง

มะละกอ ผลไม้ที่ได้รับฉายาว่า "ผลไม้แห่งอายุยืน" กลายเป็นเคล็ดลับสุขภาพที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อมีการเปิดเผยว่า มอร์ริส จาง หรือ จาง จงโหมว นักธุรกิจชาวไต้หวัน-อเมริกัน ผู้ก่อตั้ง TSMC ในวัย 94 ปี ชื่นชอบการทานมะละกอเป็นอย่างมาก โดยเขามักจะรับประทานมะละกอ 1 ชิ้นในมื้อเช้าเป็นประจำเพื่อช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร

เกา มินมิน นักโภชนาการชื่อดัง ได้แบ่งปันข้อมูลผ่านแฟนเพจว่า มะละกออุดมไปด้วยวิตามินซี แคโรทีน และเอนไซม์ปาเปน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังเป็นเคล็ดลับในการรักษาผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง อย่างไรก็ตาม เธอได้เตือนว่ามี "4 กลุ่มบุคคล" ที่ควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการรับประทาน

iStockphoto

4 ประโยชน์หลักของมะละกอต่อร่างกาย

นักโภชนาการระบุว่ามะละกอมีข้อดีที่โดดเด่นดังนี้

  • บำรุงสายตา: อุดมด้วยวิตามินเอ ช่วยรักษาความแข็งแรงของเรตินาและป้องกันอาการตาแห้ง
  • ผิวพรรณยืดหยุ่น: วิตามินซีสูงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
  • ดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือด: มีโพแทสเซียม แมกนีเซียม และโฟเลต ช่วยควบคุมความดันโลหิตและระบบไหลเวียนโลหิต
  • ช่วยระบบย่อยอาหาร: "เอนไซม์ปาเปน" ช่วยย่อยโปรตีน ลดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย

iStockphoto

"มะละกอสุก" กับ "มะละกอดิบ" ต่างกันอย่างไร?

เกา มินมิน วิเคราะห์ว่าทั้งสองแบบมีจุดเด่นที่ต่างกัน โดย มะละกอสุก (สีแดง) จะมีรสหวาน เนื้อนุ่ม มีวิตามินเอ ซี และโฟเลตสูง ช่วยบำรุงผิวและสร้างเม็ดเลือดแดง ส่วน มะละกอดิบ (สีเขียว) จะมีแคลอรีและน้ำตาลต่ำ มีใยอาหารสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักและต้องการกระตุ้นการขับถ่าย

4 กลุ่มบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงการทานมะละกอ

แม้จะมีประโยชน์มาก แต่บุคคลกลุ่มต่อไปนี้ควรระวัง

  1. ผู้ที่มีภาวะกระเพาะเย็นหรือร่างกายอ่อนแอ: มะละกอมีน้ำมาก อาจกระตุ้นให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาเจียนได้
  2. สตรีมีครรภ์: ควรหลีกเลี่ยง "มะละกอดิบ" เนื่องจากมีสารลาเท็กซ์ เข้มข้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือแท้งลูกได้ ส่วนมะละกอสุกค่อนข้างปลอดภัย
  3. ผู้ที่มีอาการแพ้: มะละกอมีน้ำยางธรรมชาติที่อาจกระตุ้นอาการแพ้หรือหายใจติดขัดในผู้ที่มีความไวต่อสารนี้
  4. ผู้ป่วยโรคไต: เนื่องจากมะละกอมีโพแทสเซียมสูง อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไปจนเป็นอันตราย

สุดท้ายนี้ นักโภชนาการเตือนว่าไม่ควรรับประทานมะละกอในปริมาณมากเกินไปทุกวัน เพราะการได้รับแคโรทีนมากเกินอาจทำให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรจำกัดปริมาณการทานอยู่ที่ 2 ส่วนต่อวัน (1 ส่วนเทียบเท่ากับมะละกอหั่นชิ้นประมาณ 150 กรัม) เพื่อความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล